2007/Apr/20

10 เทคนิคการรักษาความปลอดภัยข้อมูลคอมพิวเตอร์อย่างง่ายด้วยตนเอง

1. สำหรับผู้ใช้ Windows XP ควรรีบติดตั้ง Service Pack 2 (SP2)

การติดตั้ง Windows XP Service Pack 2 นั้นสามารถช่วยปิดช่องโหว่ต่าง ๆ ที่ Windows XP มีอยู่ได้อย่างมีประสิทธิผล ทำให้เครื่องของเรารอดพ้นจากภัยอินเทอร์เน็ตในหลากหลายรูปแบบได้ในระดับหนึ่ง ดังนั้นเราควรติดตั้ง SP2 ทันทีที่มีโอกาส แนะนำว่า ควร Backup ข้อมูลไว้ก่อนการติดตั้ง SP2 เผื่อหลังจากการติดตั้ง SP2 อาจเกิดปัญหาที่เราไม่คาดคิดได้ แต่โดยส่วนมากแล้ว SP2 นั้นไม่ก่อให้เกิดปัญหากับเครื่องแต่อย่างใด เว้นเสียแต่ว่า ฮาร์ดิสก์ ของเราไม่เพียงพอที่จะติดตั้ง SP2 และ เราต้องเสียเวลาในการ download SP2 วิธีการที่แนะนำ ก็คือ ให้ติดตั้ง SP2 จากแผ่น CD-ROM ของ Microsoft โดยตรงจะดีที่สุดเพราทั้งประหยัดเวลา และ ปลอดภัย แต่ถ้าไม่มี CD-ROM ก็ให้ download ได้ที่ http://download.microsoft.com

2. ควรติดตั้ง Patch หลังจากติดตั้ง Windows XP SP2 แบบอัตโนมัติ และ Update Virus and MalWare Signature แบบอัตโนมัติเช่นกัน

โดยการตั้งค่าใน Security Setting ที่ Control Panel ให้เป็น "Automatic Update" แต่ถ้าเราปิดเครื่องไว้เป็นเวลาหลายวัน อย่ารอให้ Windows ทำการ "Automatic Update" ให้เรารีบเข้าไปที่ Web Site www.windowsupdate.com ทันทีที่เราเปิดเครื่องให้เป็น URL แรกหลังจากที่เราเปิด Browser ขึ้นมา เพราะ "Window Update" อาจช้ากว่าการที่เราเข้าไป download ตรง ๆ ที่ www.windowsupdate.com เนื่องจาก Microsoft จะออก Patch ทุกวันอังคารที่ 2 ของเดือน แล้วก็อย่าลืม Update Signature ให้กับ โปรแกรม ANTI-VIRUS และ ANTI-SPYWARE แบบอัตโนมัติด้วย หรือ อย่างน้อยก็สัปดาห์ละหนึ่งครั้งก็จะช่วยให้โปรแกรมรู้จัก VIRUS และ SPYWARE ใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นด้วย

3. ระวัง Attached File นามสกุลแปลก ๆ รวมทั้ง ZIP File ที่อาจเป็นพาหะของไวรัสคอมพิวเตอร์

ให้ตรวจเช็คนามสกุลของ Attached File ก่อนว่าเป็นนามสกุลไฟล์ ที่อาจก่อให้เกิดอันตรายกับเครื่องของเราหรือไม่ ส่วนใหญ่เราควรระวังไฟล์นามสกุล .HTA, .PIF, .SCR, .EXE, .COM, .BAT, .CMD, และ .VBS

สำหรับไฟล์นามสกุล .ZIP ที่เราใช้กันโดยทั่วไปนั้น ไวรัสคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่นิยมใช้เป็นพาหะในการส่งตัวไวรัสเข้ามาทาง Attached File เช่น ไวรัส Sober หรือ ไวรัส Zotob วิธีการแก้ปัญหาก็คือ ให้สังเกตว่า Email Subject ว่าดูแปลก ๆ หรือไม่ แม้กระทั่ง Email นั้นจะมาจากชื่อของคนที่เรารู้จักดีก็ตาม เครื่องของเขาอาจติดไวรัสไปแล้วก็เป็นได้ เราควรหมั่นอ่านข่าวไวรัสตัวใหม่ ๆ เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจเทคนิคของไวรัสที่มักจะมากับ ZIP ไฟล์ซึ่งบางครั้งก็มี Password มาด้วย จึงต้องคอยระวังกันเป็นพิเศษ

4. ตั้งค่าให้ Windows XP แสดงนามสกุลของไฟล์

ไวรัสคอมพิวเตอร์บางตัว สามารถหลอกผู้ใช้คอมพิวเตอร์ให้เกิดความเข้าใจผิดเห็นไฟล์อันตรายเป็นไฟล์ปกติได้ โดยการหลอกที่นามสกุลของไฟล์เช่น ไฟล์นามสกุล .JPG.EXE เนื่องจาก โดยปกติแล้ว Windows XP จะไม่แสดงนามสกุลของไฟล์จึงทำให้เราเข้าใจว่าเป็นไฟล์นามสกุล .JPG เท่านั้น แต่แท้จริงแล้วเป็นไฟล์นามสกุล .EXE ดังนั้นเราอาจเผลอเปิดไฟล์เหล่านี้โดยไม่ระวังก็เป็นได้ เราจึงควรกำหนดให้ Windows XP แสดงนามสกุลของไฟล์ เพื่อที่ให้เราสามารถสังเกตนามสกุลของไฟล์ได้ชัดเจน โดยตั้งค่าที่เมนู Tools -> Folder Options -> View ให้ Clear Check Box "Hide extensions for known file types" ก็เป็นอันเรียบร้อย

5. ตั้งค่าใน Outlook 2003 ให้จัดการกับ SPAM Mail และอ่าน Email ในลักษณะเป็น Text Format

เราสามารถตั้งค่าในโปรแกรม Outlook 2003 ให้จัดการกับ Junk Mail หรือ SPAM MAIL ได้โดยไปที่เมนู Tools -> Options -> Preferences -> E-mail -> Junk E-mail -> Options แล้วเลือก Option ที่เราต้องการเพื่อลดปัญหา SPAM และ เพื่อเป็นการป้องกัน Malicious Code ที่อาจมากับ Email Body ในรูปของ Link ที่ซ่อนมากับไฟล์รูปภาพ เราควรตั้งค่าให้ Email ถูกแสดงเป็น Text Format โดยเข้าไปที่เมนู Tools -> Options -> Preference -> E-mail -> E-mail Options เลือก "Read all standard mail in plain text" จากนั้นให้เราคอยสังเกตว่า Email Body มีการ Link ไปยัง Web ที่แปลก ๆ หรือไม่ ถ้าสังเกตพบก็อย่า Click Link เหล่านั้น และ ให้ลบ E-mail นั้นไปเลยจะปลอดภัยที่สุด

6. ระวังไฟล์ที่ download จาก Instant Messenger (IM) เช่น MSN หรือ ICQ และ การ SPAM ผ่าน IM ที่เรียกว่า SPIM (SPAM IM)

การใช้ IM หรือ Instant Messenger นั้นมีข้อดีในการโต้ตอบแบบทันใจ (Real Time) โดยเฉพาะสำหรับคนชอบ "Chat" แต่ปัญหาก็คือ บางครั้งคู่สนทนาของเรามีการส่งไฟล์บางอย่างมาให้เราด้วย ซึ่งบางทีก็อาจจะไม่ใช่ไฟล์ที่ถูก Upload มาจากคู่สนทนาของเราโดยตรง แต่กลับมาจากไวรัสคอมพิวเตอร์ที่ทำงานอยู่บนเครื่องของคู่สนทนาเราที่ติดไวรัสไปเรียบร้อยแล้ว ดังนั้น เราควรระวังไฟล์ที่มากับ IM เป็นพิเศษ อาจจะใช้วิธีโทรเช็คก่อนก็ช่วยได้ในระดับหนึ่ง แต่ทางที่ดีควรจะไม่ download ไฟล์ผ่านทาง IM จะดีที่สุด


7. ระวัง Phishing Link จากข้อความใน Email หรือ URL Link จากข้อความทาง Instant Massaging

บางครั้งผู้ไม่หวังดีหรือแฮกเกอร์มักจะส่ง Email มาหลอกผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้ง หรือ บริการออนไลน์ต่าง ๆ ว่า Account ของผู้ใช้กำลังมีปัญหาต้องรีบ "Logon" เข้าไปใน Web Site เพื่อ ยืนยัน "Username" และ Password" เมื่อเราหลงกลทำการ "Logon" เข้าไปใน Web Site ที่ผูกติดกับ Link ที่อยู่ใน Email หรือใน Instant Messaging ก็พบวาเราได้ Logon เข้าไปใน Web Site ที่ได้ทำหลอกไว้จึงเท่ากับว่าเราไปบอก Username และ Password ให้กับผู้ไม่หวังดี ซึ่งเราอาจถูกขโมย Identity โดยผู้ไม่หวังดีจะแอบเข้ามาใช้ User Account ของเรา โดยไม่รอช้า ทำให้เกิดความเสียหายตามมา และ เราก็ไม่สามารถจะ "Claim" กับทางผู้ให้บริการได้ ดังนั้น จึงเป็นเรื่องความรับผิดชอบ และ ความมีสติของเราเองที่ต้องคอยระวังอย่าหลงเข้าไป Logon ใน Web Site ปลอมเหล่านั้น โดยเราควรโทรไปเช็คกับผู้ให้บริการ เช่น ธนาคารก่อนว่าต้องการให้เราเข้าไปทำธุรกรรมใน Web Site ดังที่ได้แจ้งมาใน Email หรือไม่เป็นต้น


8. ระวัง Malicious Cookies จาก Web Site บาง Site ที่เราเข้าไปเยี่ยมชม

การรับ Cookies File เข้ามาเก็บในเครื่องของเรานั้น บางครั้งอาจทำให้เกิดช่องโหว่ให้กับระบบและ ทำให้เราถูกติดตามพฤติกรรมในการใช้งานอินเทอร์เน็ตโดยไม่รู้ตัว (Internet Tracking) ดังนั้น เราควรตั้งค่าให้ IE Browser ถามเราก่อนว่า เราต้องการรับ Cookies หรือไม่ เพื่อที่จะไม่ต้องตกเป็นเหยื่อของเหล่า SpyWare และ ผู้ไม่หวังดีที่ต้องการแอบดูพฤติกรรมการเข้า Web Site ต่าง ๆ ของเราเพื่อหวังผลประโยชน์ทางการค้าของ Web Site เหล่านั้น วิธีการตั้งค่าให้เรียก IE Browser แล้วไปที่เมนู Tools -> Internet Options -> Privacy -> Advanced -> Cookies -> เลือกค่า Prompt


9. อย่ารับ ActiveX Control โดยไม่จำเป็น

เราควรตั้งค่าใน IE Browser ให้ปลอดภัยจากการรับ ActiveX Control โดยไปที่เมนู Tools -> Internet Options -> Security -> Custom Level -> เลือก Reset to High แล้ว Click Reset -> Yes -> OK หลังจากนั้น IE Browser ของเราจะปลอดภัยมาก ขึ้น แต่จะมีข้อความขึ้นมาถามเราเป็นระยะ ๆ ซึ่งอาจก่อให้เกิดความรำคาญบ้าง เราคงต้องทนกับ POP-UP ที่ถามเราอยู่เรื่อย ๆ แต่ก็เป็นการแลกกับความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น ให้กับเครื่องของเรา


10. ตรวจสอบการเรียกโปรแกรมมุ่งร้าย (MalWare) ที่ทำงานโดยอัตโนมัติ หลังจากการเปิดเครื่อง

เราสามารถตรวจสอบโปรแกรมมุ่งร้าย (MalWare) บางโปรแกรมที่เรียกตัวเองโดยอัตโนมัติซึ่งส่วนใหญ่แล้ว เป็นโปรแกรมประเภท ไวรัส หรือ สปายแวร์ โดยการไปที่เมนู Start -> Run -> เรียกโปรแกรม "msconfig" จากนั้นไปที่เมนู Startup ก็จะเห็นรายการโปรแกรมที่ถูกเรียกขึ้นมาทำงานโดยอัตโนมัติ หลังจากการเปิดเครื่อง ซึ่งเราสามารถจะ Enable หรือ Disable ได้ โดยการเลือก Clear Check Box หน้าโปรแกรมเหล่านั้น

 

2007/Mar/27

จาก : http://www.com-th.netครับ

การทำ Multi Boot สำหรับใช้งาน Windows หลายระบบในเครื่องเดียวกัน

ถามกันมามากนะครับ ว่าจะลง Windows หลาย ๆ รุ่นในเครื่องเดียวกัน และให้สามารถเลือกบูตเข้าระบบที่ต้องการได้อย่างไร วันนี้ก็เลยเขียนคำแนะนำ วิธีการทำ Multi Boot สำหรับท่านที่ต้องการลง Windows หลาย ๆ ระบบมาให้ดูกันครับ โดยโปรแกรมที่เป็นพระเอกของเรื่องนี้คือ Partition Magic กับ Boot Magic ครับ

ก่อนอื่น ต้องขอบอกก่อนว่า บทความต่อไปนี้ อยากจะแนะนำสำหรับท่านที่พอจะลง Windows ด้วยตัวเองเป็นแล้วเท่านั้น เพราะในบางขั้นตอน อาจจะค่อนข้างยุ่งยาก และต้องอาศัยความเข้าในระบบของ ฮาร์ดดิสก์กันสักหน่อยครับ ดังนั้น ผมจะไม่แสดงขั้นตอนแบบละเอียดมากนัก เอาแค่พอเป็นแนวทางเท่านั้นพอครับ หากใครคิดจะทดลองทำดู ก็ตามผมมาได้เลยครับ

เริ่มต้นจากหาดาวน์โหลดโปรแกรม Partition Magic และ Boot Magic มาเตรียมไว้ก่อนนะครับ เพราะว่าถือเป็นหัวใจสำคัญของการทำ Multi Boot นี้ครับ ลองหาที่ http://kickme.to/fosi ดูน่าจะมี หลังจากนั้น ให้ทำการวางแผนการแบ่ง พาร์ติชั่นของฮาร์ดดิสก์ ไว้เพื่อรองรับ Windows รุ่นต่าง ๆ ให้เรียบร้อย ยกตัวอย่างของผมที่กำลังจะทำให้ดู เป็นฮาร์ดดิสก์ขนาด 80G. โดยได้วางแผนการแบ่ง พาร์ติชั่นไว้ดังนี้

- 5G. สำหรับลง Windows 98
- 5G. สำหรับลง Windows Me
- 6G. สำหรับลง Windows XP
- และสำหรับเก็บข้อมูลอีก 20G. และ 40G. ครับ

จำนวนของพาร์ติชั่นของฮาร์ดดิสก์ที่จะแบ่ง ก็แล้วแต่จะกำหนดกันให้เหมาะสมนะครับ อย่างน้อยก็ 1 พาร์ติชั่น ต่อวินโดวส์ 1 ระบบ ส่วนวิธีการแบ่งพาร์ติชั่น ก็อาจจะใช้ FDISK หรือจะใช้ Partition Magic แบ่งก็ได้ครับ หลังจากที่แบ่งและเตรียมความพร้อม รวมทั้งโปรแกรม Partition Magic กับ Boot Magic เรียบร้อยแล้ว ก็เริ่มต้นกันเลยครับ โดยตัวอย่างต่อไปนี้ ผมจะลง Windows 98, Windows Me และ Windows XP รวมทั้งหมดเป็น 3 ระบบ ในฮาร์ดดิสก์ตัวเดียวกันครับ

ขั้นตอนแรก ทำการลง Windows 98 ไปที่ไดร์ฟ C: ก่อน โดยมีขั้นตอนและวิธีการลงตามปกติทุกอย่าง จัดการลง Driver ของอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้เรียบร้อยครับ (สำหรับท่านที่ใช้งาน Windows ตัวเดิมอยู่แล้วก็อาจจะไม่จำเป็น เพียงแค่ใช้ Partition Magic ทำการแบ่งพื้นที่ของฮาร์ดดิสก์ที่เหลือให้เป็น พาร์ติชั่นใหม่สำหรับ Windows ระบบอื่น ๆ ก็พอแล้ว)

หลังจากนั้น ก็ทำการติดตั้งโปรแกรม Partition Magic และ Boot Magic ลงไปทั้งสองโปรแกรมครับ โดยขั้นตอนการติดตั้ง โปรแกรม Boot Magic จะมีขั้นตอนของการทำ Boot Magic Rescue Diskettes ด้วย ห้ามข้ามขั้นตอนนี้ไปเด็ดขาดครับ ขอให้ทำแผ่นบูตสำหรับโปรแกรม Boot Magic ไว้ด้วยแผ่นดิสก์ 1 แผ่นครับ เพราะคุณจำเป็นต้องใช้งานมันแน่นอน


ขั้นตอนแรก ทำการเปลี่ยนชนิดของ partition จาก Logical เป็น Primary ก่อน

เอาหละครับ เพื่อทุกอย่างพร้อมแล้วก็ลงมือกัน หลักการทำ Multi Boot ก็ง่าย ๆ ครับคือ ให้ทำการเปลี่ยนชนิดของ partition ที่ต้องการให้บูตได้จาก Logical เปลี่ยนเป็น Primary จากนั้น ก็ใช้โปรแกรม Boot Magic ทำการกำหนดลำดับของการเลือกบูต จากพาร์ติชั่นที่ต้องการ เท่านี้ครับ

ลงมือทำการเปลี่ยนชนิดของ partition ที่จะลง windows ให้เป็น Primary ก่อนโดยเรียกโปรแกรม Partition Magic ขึ้นมา

อันนี้เป็นภาพที่ ผมได้ทำการแบ่งฮาร์ดดิสก์เตรียมไว้แล้วนะครับ ดูที่ตำแหน่งเมาส์ชี้อยู่จะเป็นว่า ไดร์ฟ D: และ E: จะยังเป็นแบบ Logical อยู่ ต้องทำการเปลี่ยนตรงนี้ให้เป็น Primary ครับ โดยกดเลือกที่ partition ที่ต้องการจะเปลี่ยน แล้วเลือกเมนู Partition >> Convert ครับ

เลือกที่ช่อง Primary partition แล้วกด OK ครับ ทำแบบนี้ในทุก ๆ partition ที่ต้องการลง Windows เมื่อครบแล้วก็กดเลือกที่ Apply เพื่อทำการเปลี่ยน partition ต่อไปครับ ในกรณีที่มีการลง Drive Mapper ไว้ด้วย หากมีการถาม Warning.... ตามภาพ

ก็เลือก No ไปเลยนะครับ จากนั้นก็รอให้โปรแกรม ทำงานไปจนเสร็จ แล้วออกจากโปรแกรม Partition Magic และทำการ บูตเครื่องใหม่ก่อน 1 ครั้งครับ เท่านี้ก็เสร็จขั้นตอนแรกแล้ว

ขั้นตอนต่อไป ใช้โปรแกรม Boot Magic เพื่อกำหนดการเลือกบูตระบบ

ต่อไป ให้ทำการเรียกโปรแกรม Partition Magic ขึ้นมาโดยหน้าตาของโปรแกรมจะเป็นตามภาพด้านล่าง

จะเห็นว่า มีเพียงแค่ partition เดียวที่ลง Windows 98 ไว้แล้วเท่านั้น ดังนั้น ต้องทำการเพิ่มรายการของ Partition ที่ต้องการให้เลือกบูตได้ โดยกดที่ปุ่ม Add เพื่อเพิ่มการเลือกบูตจาก partition อื่น

ทำการเลือก partition ต่อไปที่ต้องการและกดปุ่ม OK ครับ จะได้ตามภาพด้านล่าง

ใส่ชื่อของระบบ ที่จะแสดงตอนเลือกบูตลงไปในช่อง Name และกดปุ่ม OK ครับ จากนั้นก็ทำการเพิ่ม partition ต่อไปเรื่อย ๆ จนครับตามต้องการ เช่นตัวอย่างของผมจะมี 3 Windows ให้เลือก

จากนั้น กำหนดค่าต่าง ๆ ดังนี้

- Set as Default สำหรับการกำหนดว่า ถ้าไม่เลือก จะเป็นการบูตเครื่องจากที่ใด
- Reorder เป็นการเลื่อนลำดับของเมนูและ partition ว่าจะให้แสดงอันไหนก่อนกัน
- Startup Delay เลือกว่า จะให้หน่วงเวลาเท่าไร ถ้าไม่มีการเลือก ผมแนะนำให้ตั้งไว้เป็น Timed 2 Seconds ครับ
- BootMagic Enabled เป็นการเลือกให้มีเมนูของการบูตเครื่อง ถ้าไม่เลือกก็จะบูตจาก partition แรกครับ
- Save/Exit เก็บค่าที่ตั้งไว้และออกจากระบบ

เสร็จแล้วครับ ต่อไปนี้ หากทำการบูตเครื่องใหม่ จะมีข้อความของการทำงาน Boot Magic แสดงให้เลือกครับ

และถ้าหากเราไม่ทำการ กดคีย์บอร์ด หรือขยับเมาส์ใด ๆ เลย โปรแกรมก็จะหน่วงเวลาไว้ 2 วินาทีก่อนที่จะบูตจาก partition ที่เราเลือกเป็น default ครับ แต่ถ้าหาก เราเพียงแค่ขยับเมาส์ หรือกดปุ่มบนคีย์บอร์ด เมนูของการเลือกระบบ ก็จะแสดงและเราสามารถเลือกบูตจาก partition ต่าง ๆ ได้ครับ

ของแถมอีกหน่อยคือ หากจะให้การใช้งาน Windows หลาย ๆ ระบบเป็นไปด้วยความง่ายดาย ก็สามารถทำได้โดยหลักการคือ ทำการซ่อน partition ที่ไม่ต้องการไปซะ เช่น เมื่อบูตเครื่องด้วย Windows 98 ก็จะทำการซ่อน partition ของ Me กับ XP ไปก่อนไม่ให้มองเห็น จะช่วยให้เราสามารถจำชื่อไดร์ฟ และใช้งานได้สะดวกขึ้นครับ โดยปกติแล้ว ถ้าเราทำการเปลี่ยนชนิดของ partition จาก Logical ไปเป็น Primary แล้ว จะทำให้ระบบ ไม่สามารถมองเห็น Primary Partition ตัวอื่น ๆ ได้อยู่แล้วครับ ดังนั้น กรณีเช่นนี้ ไม่ต้องทำอะไร

แต่ถ้าหาก ท่านใดต้องการที่จะทำให้ สามารถมองเห็น partition ของตัวอื่น ๆ ได้ด้วย ก็สามารถกำหนดได้ โดยการเลือกที่ partition ที่ต้องการตั้งค่า แล้วกดปุ่ม Properties >> Visible Partitions ครับ

หากต้องการให้การบูต สามารถมองเห็น partition อื่น ๆ ได้ด้วยก็เลือกที่ช่อง Override Default Selection และเลือกที่ Partition ที่ต้องการให้มองเห็นได้เลย จากนั้นก็กดปุ่ม OK ครับ

ขั้นตอนต่อไป การลง Windows ตัวอื่น ๆ

ต่อไป ก็ทำการลง Windows ตัวอื่น ๆ ที่ต้องการ โดยที่ ก่อนที่จะทำการลง Windows จะต้องทำการเลือก Partition Default ให้เป็น Partition ที่ต้องการก่อนนะครับ เช่น ผมต้องการลง Windows Me ก็ต้องทำการเลือกให้ Partition ของ Windows Me เป็นค่า Default = Yes ไว้ก่อน แล้วค่อยบูตเครื่องใหม่จากแผ่นดิสก์ หรือจากซีดี เพื่อจะลง Windows ต่อไปครับ

หากไม่ทำการเลือกบูตระบบของ Windows ที่ต้องการไว้ อาจจะทำให้ขั้นตอนของการติดตั้ง Windows ตัวที่สอง มามองเห็นระบบ Windows ของตัวแรก และอาจจะทำให้มีปัญหาก็ได้ครับ

ปัญหาต่อมาที่จะพบคือ เมื่อทำการลง Windows อีกตัวใน partition ใหม่แล้ว บางครั้ง เราจะไม่สามารถใช้งาน Boot Magic เพื่อเลือกระบบได้ ตรงนี้แหละที่ผมแนะนำให้ทำแผ่นดิสก์ของโปรแกรม Boot Magic ไว้ เพราะว่า เพื่อลง Windows ต่าง ๆ เรียบร้อยแล้ว เราสามารถบูตเครื่องจากแผ่นดิสก์นี้ และเข้าไปทำการ Enable โปรแกรม Boot Magic ให้ใช้งานได้อีกครั้งครับ

จากการทดลองของผม คือแบ่งขนาดของฮาร์ดดิสก์ตามที่บอก และทำการลง Windows 98, Me และ XP ตามขั้นตอนที่เขียนมาจนจบ ทดลองใช้งานดูก็ OK ดีครับ สบาย ๆ ไม่พบปัญหาอะไรครับ

2007/Mar/26

เคยเกิดปัญหาแย่งกันใช้ Internet มั้ย

คนนึงจะ Chat คนนึงจะ check mail ส่วนอีกคนนึงจะดูผลบอล ถ้าตกลงกันได้ก็ดีไป ถ้าตกลงกันไม่ได้แบบบ้านผมล่ะ อิอิ

พอดีว่าที่บ้านติด Hi Speed internet แล้วก็มีคอมพิวเตอร์หลายเครื่องเลยอยากจะแชร์อินเตอร์เน็ตให้กับทุกเครื่องในบ้าน
ตอนแรกเนี้ย ได้Modemมาจาก บริษัทที่ไปติด Internet ตอนแรกก็คิดว่าจะลองใช้ดูก่อนเดือนนึงแล้วจะไปซื้อ Wireless router ไปๆมาๆ เกิดเสียดายตัง เพราะยังไงเราก็ได้ Modemมาแล้ว ผลสรุปก็คือใช้ adsl router 1 port + Hub เก่าๆอันนึง
ที่บ้านก็สามารถ Hi Speed internet เล่นกันได้ทั้งบ้านเลย

ขึ้นแรก เริ่มจากเปลี่ยนโหมดของโมเดมให้เป็น Bridge ซะก่อน (ไม่รู้เปลี่ยนทำไมเหมือนกัน ลองดูแล้วกันนะว่าไม่เปลี่ยนจะใช้ได้มั้ย)

ขึ้นต่อมา เดินสาย lan รอบบ้านกันอย่างสนุกสนาน ... เก็บสายให้เรียบร้อยให้ดูสะอาดตาต่อผู้พบเห็น

ขั้นต่อมา เมื่อเดินสายเสร็จแล้วเราก็เอาสาย lan ที่ต่อออกมาจาก modem ของเรา ไปต่อเข้ากับ Hub เก่าๆอันนั้น

ขั้นต่อมา เอาสาย Lan ต่อจาก Hub เข้าสู่เครื่อง Computer ต่างๆที่เรามีอยู่ เราต้อง Obtain an IP address automatically เพื่อให้ modem แจก IP ให้เราเอง

เสร็จแล้วครับ ทดลองใช้งานได้ตามปกติ

ที่พิมพ์มาตั้งนานจะบอกว่า อุปกรณ์เก่าๆที่เรามี ถ้ามันยังใช้ได้ แล้วก็ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายมากนัก ก็ควรจะนำมันกลับมาใช้ เพื่อเป็นการประหยัดเงินครับ